มีกลิ่นเหม็นออกมาจากหู 

มีกลิ่นเหม็นออกมาจากหู อาการหนักอาจจะมีอาการปวดหูอย่างรุนแรง ร่วมกับมีน้ำหนองไหลออกมาจากรูหู ซึ่งควรรีบไปพบแพทย์ 

วิธีกำจัดขี้หูอุดตันทำอย่างไร ถ้ารู้สึกว่ามีขี้หูเยอะ ความสามารถในการได้ยินลดลง รู้สึกปวดหูตื้อๆ แนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ ซึ่งแพทย์จะมีวิธีตรวจเช็คสภาพภายในรูหู พร้อมวิธีกำจัดขี้หูดังนี้ 

1.ล้างช่องหู แพทย์จะทำการล้างช่องหูชั้นนอกด้วยน้ำเกลือ แล้วใช้อุปกรณ์คีบขี้หู หรือดูดขี้หูออกมา 

2.ใช้ยาละลายขี้หู ในกรณีที่ขี้หูไม่หลุดออกมาง่ายๆ แพทย์อาจให้ยาละลายขี้หูไปหยอดหู โดยยาจะทำให้ขี้หูอ่อนตัวง่ายต่อการนำขี้หูออก ซึ่งควรหยอดยาละลายขี้หูบ่อยๆประมาณ 7-8 ครั้งต่อวัน และแพทย์จะทำการนัดเพื่อกำจัดขี้หูออกอีกครั้ง 

ทั้งนี้การรักษาขี้หูอุดตันจะช่วยบรรเทาอาการปวดหู อาการไม่ค่อยได้ยินได้ โดยอาการจะดีขึ้นหลังจากแพทย์กำจัดขี้หูออกให้ 

ขี้หูอุดตันป้องกันได้อย่างไร จริงๆแล้วเราสามารถป้องกันขี้หูอุดตันได้ง่ายๆ โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้ 

1.หลีกเลี่ยงการใช้ไม้พันสำลีแหย่เข้าไปในช่องหู รวมไปถึงไม้แคะหูในรูปแบบอื่นๆที่อาจดันขี้หูให้เข้าไปอยู่ลึกได้ และยังกระตุ้นให้ต่อมสร้างขี้หูผลิตขี้หูออกมามากขึ้นนั่นเอง 

2.สามารถใช้ยาละลายขี้หูหยอดหูเป็นประจำ เพื่อทำการล้างขี้หู โดยอาจหยอดยาละลายขี้หูสัปดาห์ละครั้ง หรือถ้าไม่มีปัญหาแน่นหู หูอื้ออาจหยอดยาละลายขี้หูเดือนละครั้งก็จะช่วยลดความเสี่ยงขี้หูอุดตันได้ 

เมื่อเรารู้สาเหตุแล้วก็ไม่ควรแคะหูบ่อยๆ หรือหากหูเปียกอาจใช้ผ้าเช็ดหูภายนอกแทนการใช้สำลีพันไม้แหย่เข้าไปในรูหู ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงแก้วหูทะลุในกรณีที่แหย่ลึกเกินไป 

 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

หูหนวกตั้งแต่กำหนดเกิดจากอะไร

         คนเราเกิดมาไม่ได้โชคดีมีอวัยวะครบ 32  ประการกันทุกคนบางคนโชคดีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่บางคนก็โชคร้ายเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติของร่างกาย ทั้งความผิดปกติจากภายนอกที่มองเห็นได้เลยเช่น ความผิดปกติด้านปากแหว่ง หรือความผิดปกติด้านตาบอดตั้งแต่กำเนิด ส่วนบางคนมีคนผิดปกติจากภายใน เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว หรือบางคนอาจมีความผิดเกี่ยวกับการได้ยินนั่นก็คืออาการหูหนวกนั่นเอง

ซึ่งอาการหูหนวกนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ หรืออาจจะเพิ่งมาเป็นหลังจากที่แม่คลอดออกมาแล้ว และแต่ละอย่างก็มีหลายสาเหตุด้วยกัน โดยบทความนี้จะมาพูดถึงสาเหตุความผิดปติของหูตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เพื่อจะได้หาแนวทางบ้างกันได้ หากไม่เช่นนั้น อาจจะก่อให้เกิดการใช้ เครื่องช่วยฟัง ก็ได้

สำหรับความผิดปกติทางการได้ยินตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของแม่นั้น มีด้วยกันหลายสาเหตุ 

  1.     รู้หรือไม่ว่าอาการหูหนวกมีผลมาจากกรรมพันธุ์  ถ้าหากบรรพบุรุษมีใครเคยหูหนวกมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น ปู่ ย่า ตา ยาย หรือพ่อ และแม่ ลูกหรือหลานที่ออกมาก็จะมีความเสี่ยงที่จะมีความผิดปกติทางด้านการได้ยินได้ หรืออาจเป็นโรคหูหนวกได้นั่นเอง  ทั้งนี้ลูกหรือหลานที่เกิดมาแล้วเป็นโรคหูหนวก อาจจะมีพ่อ หรือแม่คนใดคนหนึ่งที่หูหนวกก็ได้ แต่ถ้าหากทั้งพ่อและแม่มีอาการหูหนวกทั้งคู่โอกาสที่ลูกจะหูหนวกจะมีความเสี่ยงสูงมากกว่า
  2.     ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กหูหนวกตั้งแต่ในท้องนั้นก็เพราะว่าขณะที่ตั้งครรภ์แม่อาจจะพบปัญหาด้านสุขภาพระหว่างการตั้งครรภ์ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงลูกน้อย

      –    ตอนที่กำลังท้องแม่อาจะได้รับการกระทบกระเทือนที่ท้องอย่างรุนแรง เช่น ถูกรถชน  มีของกระแทกที่ท้อง แล้วส่งผลไปถึงอวัยวะการได้ยินของลูกในครรภ์เมื่อคลอดออกมาลูกก็จะมีความพิการด้านการได้ยิน

      – หรือมีความผิดปกติของอวัยวะตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ เช่น เด็กอาจไม่มีใบหู หรือมีแต่ใบหูเล็กเกินไป ส่งผลกับการได้ยินเหมือนกัน หรืออีกช่วงในขณะที่กำลังคลอดออกมา อาจจะคลอดออกมาผิดท่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการได้ยินได้เช่นกัน

     – หรือบางครั้งตอนที่แม่ตั้งท้องอาจป่วยแล้วติดกินยาเพื่อรักษาตัวและยาตัวนั้น มีผลต่อระบบการได้ยินของทารกในครรภ์

และที่สำคัญขณะที่ท้องจะมีโรคบางชนิดที่หากแม่ได้รับเชื้อตอนที่ท้องในช่วง 1-3 เดือนแรกจะมีผลต่อการได้ยินของทารก เช่นโรคหัดเยอรมัน

จะเห็นได้ว่าสาเหตุอาการผิดปกติจากการที่ไม่ได้ยินเสียงมีมากมายหลายสาเหตุ ดังนั้นในขณะที่ตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองเป็นอย่างดีเพราะทุกอย่างที่คุณแม่กินหรือทำจะมีผลต่อลูกในท้องทั้งสิ้น