คนดีของสังคม…ทำทีช่วยเก็บสินค้าที่ตกบนถนนก่อนจะเชิดหนีไป

          มีผู้ใช้ Facebook รายนึงได้มีการโพสต์ข้อความออกมาระบายกับเรื่องราวที่เขาได้เผชิญมากับคนในสังคมไทยที่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้โดยในข้อความของเขาได้มีการเล่าถึงเหตุการณ์ว่าตัวเขาเองนั้นเป็นพ่อค้าซึ่งขายของออนไลน์อีกทั้งยังรับของทั่วไปไปขาย  โดยในวันที่ 29 เดือนตุลาคมพ.ศ 2563   เขาได้มีการรับออเดอร์จากลูกค้ารายหนึ่งให้ไปรับสินค้าซึ่งเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยให้ไปส่งโดยสินค้ามีทั้งหมด 46 ลังด้วยกัน

          ซึ่งตัวเขาและแฟนสาวก็ได้มีการไปรับสินค้ามาจากโรงงานและขณะที่กำลังจะนำสินค้าดังกล่าวไปส่งให้กับผู้ซื้อนั้นปรากฏว่าขณะที่พวกเขากำลังขับรถมาตรงบริเวณถนนพระราม 2 ซึ่งขนาดนั้นอยู่ตรงตำบลมหาชัยอยู่ตรงบริเวณหน้าศูนย์การค้าพอโตชิโน่  ปรากฏว่าสินค้าที่บรรทุกมานั้นได้ร่วงลงจากรถจำนวน 1 กล่องซึ่งในขณะนั้นเองเขาได้พยายามที่จะนำรถเข้าข้างทางและกำลังถอยหลังมาเพื่อที่จะมาเก็บสินค้าที่ร่วงตกบริเวณถนน

         แต่ในขนาดนั้นเองเขาเห็นว่ามีรถกระบะคันนึงที่วิ่งตามหลังมาได้จอดรถและลงมาเก็บบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของพวกเขาหลังจากนั้นก็ทำไม้ทำมือและตะโกนบอกว่าให้จอดชิดตรงบริเวณด้านหน้าพวกเขาจะนำสินค้าขึ้นไปให้เอง  ด้วยความที่พ่อค้าขายของออนไลน์คิดว่าคนที่มาช่วยนั้นเป็นคนดีและเป็นคนมีน้ำใจจึงได้จอดรถรอ  ในระหว่างนั้นเองชายหญิงที่ลงมาเก็บบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยก็ออกรถทันทีและขับเลยรถของพวกเขาไป  ซึ่งพ่อค้าขายของออนไลน์  ได้แต่ยามขับรถตามแล้วแต่ไม่สามารถตามได้ทัน

         ทั้งนี้จึงได้มาโพสต์ข้อความเพื่อเป็นการระบายอีกครั้งนึงต้องการให้คนในสังคมรับรู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อมีคนขับรถรับสินค้าเพื่อไปส่งอีกจุดหนึ่งแล้วเกิดอุบัติเหตุสินค้าตกหล่นอยู่บนถนน  เขายังต้องการอยากจะให้คนในสังคมที่เป็นพลเมืองดีที่ลงมาช่วยเก็บของนั้นเมื่อเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ให้นำสินค้านั้นส่งคืนกับเจ้าของด้วยเพราะส่วนใหญ่เมื่อลงมาช่วยเก็บสินค้าได้แอบนำสินค้าของพวกเขาไปและคนที่รับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นก็คือพวกเขานั่นเอง

          อย่างเหตุการณ์ในวันนี้ก็ทำให้ลูกค้าที่รอสินค้าจากเท่านั้นได้ต่อว่าเนื่องจากสินค้าได้ไม่ครบซึ่งเขาได้อธิบายเหตุผลที่เกิดขึ้นให้ไปแล้ว และทางด้านตัวพ่อค้าขายของออนไลน์เองก็ได้หาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดข้างทางเพื่อที่จะนำหลักฐานนี้ไปให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหาพลเมืองดีจอมปลอมที่ลงมาช่วยแต่ขโมยสินค้าของเขาไปเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ lotto

ปะทะกันเดือดระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมนักศึกษากับตำรวจ

             เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมปีพศ2563 ช่วงเวลากลางดึก เกือบมีเหตุการณ์ปะทะเดือดระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมนักศึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจของสน. สำราญราษฎร์เมื่อมีเหตุการณ์ที่กลุ่มหัวหน้าผู้ชุมนุมคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Penguin ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวไปยังโรงพักและแสดงการจัดกลุ่มเกี่ยวกับเรื่องของการชุมนุมโดยให้เหตุผลว่าใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมและเหมือนกับเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถือว่าเป็นการหมิ่นเบื้องสูง

แต่อย่างไรก็ตามทางด้านกลุ่มผู้ชุมนุมนักศึกษาได้มีการรวมตัวกันหลังจากที่เพนกวินถูกจับตัวไปเธอพยายามที่จะไปชุมนุมเพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นปล่อยตัวเพนกวินออกมาแต่ในขณะที่มีการยืนชุมนุมกันอยู่หน้าสถานีตำรวจนั้นปรากฏว่าฝนได้ตกลงมากลุ่มนักศึกษาจึงได้มีการแจ้งขอเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปหลบฝนภายใต้ถุนของบริเวณโรงพักแต่เหตุการณ์กลับรุนแรงขึ้น

เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้มีการบอกกับให้กลุ่มนักศึกษารอก่อนและต้องขอไปรายงานสถานการณ์กับหัวหน้าก่อนเนื่องจากว่ามีจำนวนนักศึกษาเป็นจำนวนมากเกรงว่าจะกลายเป็นที่รวมกันหนาแน่นและจะส่งผลตามมาเกี่ยวกับเรื่องของการระบาดไวรัสดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องขอรายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบถึงเรื่องราวนี้ก่อนแต่ในขณะเดียวกันกลุ่มนักศึกษากับมองว่าฝนที่กำลังตกลงมานั้นจะทำให้คำปรึกษานั้นเสียจึงไม่พอใจและพยายามดันแผงกั้นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำมากั้นไว้เพื่อเข้าไปรบกวนให้ได้

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้มีคนถ่ายคลิปไว้ด้วยจะมีเหตุการณ์การเกิดขึ้นระหว่างนักศึกษาและตำรวจอีกทั้งยังมีเสียงออกมาจากกลุ่มนักศึกษาว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายด้วยการเตะหัวก็มีอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนั้นเมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งสุดท้ายแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องยอมให้ผมนักศึกษาเข้าไปหลบฝนภายใต้ถุนของสำนักงานตำรวจซึ่งเมื่อฝนซาลงกลุ่มนักศึกษาทั้งหมดก็พากันแยกย้ายกลับบ้านโดยไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นนั้นเอง

              สำหรับการรวมตัวกันของกลุ่มนักศึกษานั้นเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีนั้นลาออกจากตำแหน่งรวมถึงให้มีการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่เพราะปัจจุบันนี้กลุ่มนักศึกษามีความเชื่อมั่นว่าการบริหารงานประเทศของนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นไปในทางที่ไม่ดีนายกไม่สามารถบริหารประเทศให้ดีขึ้นได้ดังนั้นนักศึกษาจึงได้ตัดสินใจที่จะออกมารวมตัวกัน

เพื่อกดดันให้รัฐบาลนั้นลาออกเพื่อที่จะได้มีการเลือกตั้งใหม่และประเทศชาติจะได้ก้าวหน้าได้เสียที ซึ่งตอนนี้การประท้วงนั้นไม่ได้ประท้วงเฉพาะในเขตกรุงเทพฯเท่านั้นแต่ยังมีนักศึกษาจากอีกหลายจังหวัดที่มีการรวมกลุ่มการประชุมภายในจังหวัดนั้นๆและแน่นอนว่าถ้าหากยังคงไม่ได้รับการตอบรับจากทางรัฐบาลก็อาจจะทำให้นักศึกษารวมตัวกันมากขึ้นกว่าเดิม

 

สนับสนุนโดย  สมัครสมาชิกหวยออนไลน์ ไม่มีขั้นต่ำ

เกิดเหตุฟ้าผ่าครูที่เชียงใหม่ขณะนั่งพิมพ์งานคอมพิวเตอร์

       ที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อช่วงเวลาบ่ายของวันที่ 13 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563 ที่บริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านผวนได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดใจเกิดขึ้นเมื่อคุณครูจำนวน 2 ท่านที่กำลังเตรียมการเรียนการสอนให้กับเด็กนักเรียนที่กำลังจะเปิดเทอมในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ได้ถูกฟ้าผ่าลงมาทำให้ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บและมี 1 คนที่ถูกฟ้าผ่าอย่างจังทำให้เสียชีวิตโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้คุณครูที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ถูกฟ้าผ่าด้วย

ได้เล่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าในช่วงตอนบ่ายๆตนเองและคุณครูนกซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต กำลังนั่งทำงานกันอยู่ในห้องอาคารเรียนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งขณะนั้นกำลังพิมพ์งานคอมพิวเตอร์เพื่อจัดตารางการเรียนการสอนให้กับเด็กๆกันอยู่โดยครูนกที่เสียชีวิตนั้นได้มีการนำมือถือมาเชื่อมต่อกับโน๊ตบุ๊คในการพิมพ์งานแทนสัญญาณอินเทอร์เน็ต

ในขณะที่ตนเองก็คือครูจากนั้นได้มีการพิมพ์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ธรรมดาไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตแต่โทรศัพท์มือถือของครูฉะนั้นก็วางอยู่ใกล้ๆกับคอมพิวเตอร์นั่นเองซึ่งในขณะที่นั่งทำงานกันอยู่นั้นเกิดมีฝนตกลงมาเล็กน้อยแต่ไม่รุนแรงมากนักและอยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวคล้ายกับเสียงระเบิด

ซึ่งในตอนแรกนั้นครูจ๋าเองเข้าใจว่าน่าจะเป็นระเบิดจากคอมพิวเตอร์แต่เมื่อหันมาดูอีกทีก็พบว่าครูนกที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันนั้นกระเด็นไปอีกที่หนึ่งซึ่งครูนกถึงกับสลบไปเลยทีเดียวหลังจากที่เธอตั้งสติได้ครูจ๋าก็วิ่งออกไปตามให้คนมาช่วยจึงได้รู้ว่าเมื่อกี้ที่มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวนั้นเกิดจากเสียงฟ้าผ่าไม่ใช่เสียงคอมพิวเตอร์ระเบิด

และเมื่อนำร่างของคนส่งโรงพยาบาลก็ปรากฏว่าครูนกได้เสียชีวิตลงแล้วซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความเศร้าสลดใจเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าคุณครูนกนั้นเป็นครูที่เป็นที่รักของเด็กนักเรียนเป็นอย่างมากเธอทุ่มเทการเรียนการสอนให้กับเด็กนักเรียนทุกคนการจากไปในครั้งนี้เป็นการจากไปในหน้าที่ซึ่งหลายคนรู้สึกเห็นใจครอบครัวของคุณครูนกกันเป็นอย่างมาก

         สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องของฟ้าผ่านั้นเข้าใจว่าน่าจะเกิดจากการที่คุณครูนกนั้นใช้สัญญาณโทรศัพท์มือถือขณะที่มีฝนตกถึงทำให้มีการดึงประจุไฟฟ้าเกิดขึ้นและฟ้าจึงได้พาลงมาส่วนครูจ๋าที่ไม่ได้เป็นอะไรนั้นเนื่องจากว่าคุณจะไม่ได้มีการใช้งานโทรศัพท์ขนาดนี้ฝนตกจึงได้แค่เพียงอยู่ใกล้ตรงจุดที่ฟ้าลงมาเท่านั้นจึงได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยส่วนครูนกนั้นเป็นผู้ที่อยู่ใกล้กับโทรศัพท์มือถือมากที่สุดจึงได้รับแรงและผลกระทบจากฟ้าผ่ามากที่สุดทำให้ถึงกับเสียชีวิต

 

สนับสนุนโดย  ทีเด็ดหวยฮานอยพารวย

ถูกปฏิเสธไม่พอใจหนักจุดไฟเผาบ้าน

        เมื่อช่วงเวลาประมาณ สี่ทุ่มครึ่งของวันที 25 เดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2563   เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจสะตึก จังหวัดบุรีรัมย์  ได้รับแจ้งเรื่องจากชาวบ้าน ในอำเภอสะตึก หมู่บ้านดอนแก้ว ว่ามีเหตุไฟไหม้บ้านหลัง หนึ่ง  ใ้หไปช่วยดับไฟและสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย   เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบว่าบ้านที่เป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้ ถูกไฟไหม้เสียหายจนเกือบหมดทั้งหลังแล้ว  ดังนั้นกว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะทำการดับไฟได้ ก็ทำให้บ้านหลัง ดังกล่าว ไฟไหม้หมดทั้งหลัง ข้าวของเสียหายไปหมดแล้วนั่นเอง 

           และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางด้านเจ้าของบ้านซึ่งเป็นหญิงสาวอายุ 30 ปี  ชื่อว่านางสาว รัชนีกร  ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตอนเกิดเหตุไฟไหม้ ไม่ได้มีคนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว และบ้านหลังนี้ นางสาวรัชนี อาศัยอยู่กับลูกชายวัย  9 ขวบหนึ่งคนส่วนสามี เดินทางไปไปมามา ระหว่างบ้านหลังนี้กับบ้านแม่สามี ซึ่งส่วนใหญ่สามีจะอยู่ที่บ้านแม่ของตัวเอง 

          และสำหรับคนที่วางเพลิงบ้านหลังนี้ ชาว่บ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ยื่นยันว่าคือ สามีของนางสาว รัชนีกร   เพราะชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ไฟไหม้  เห็นว่าตอนที่กำลังเกิดเพื่อนไม่ชาวบ้านพากันมาช่วยดับไฟแต่สามีของนางสาวรัชนีกรเป็นคนห้ามไม่ให้ทุกคนดับไฟจนเห็นว่าไฟใกล้จะไหม้บ้านหมดทั้งหลังถ้ามีของนางสาวรัชนีกรจึงได้ขับรถมอเตอร์ไซค์หนีออกไป

           และทางด้านนางสาวรัชนีกรเองก็บอกว่าก่อนหน้านั้นตอนหัวค่ำได้อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวอยู่ๆสามีก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาที่บ้านโดยแต่งตัวด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวมาขอมีเพศสัมพันธ์ด้วยพร้อมทั้งบอกว่าจะจัดให้หนักซึ่งตนเองนั้นหวาดกลัวท่าทางของสามีเนื่องจากว่ามีลักษณะคล้ายๆเมายาและสามีนั้นเป็นคนที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเธอจึงหลอกให้สามีไปอาบน้ำหลังจากนั้นก็พาลูกวัย 9 ขวบไปอยู่บ้านของแม่ตนเอง  เธอถึงมั่นใจว่าสามีน่าจะไม่พอใจที่เธอนั้นไม่ยอมมีอะไรด้วยจึงได้ทำการเผาบ้านดังกล่าว

         อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเดินทางไปจับกุมสามีของนางสาวรัชนีกรได้ซึ่งระหว่างที่มีการจับกุมนั้นยังพูดจาให้การไม่รู้เรื่องเนื่องจากว่ามีลักษณะเหมือนคนเมาแต่สามารถตะโกนโวกเวกโวยวายได้ว่าตนเองนั้นเป็นคนเผาบ้านเองโดยใช้ถังแก๊สปิคนิคเป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟเผาเพราะไม่พอใจที่ภรรยาของตนเองไม่ยอมให้มีอะไรด้วยโดยบอกว่าตนเองไม่ได้มีอะไรกับภรรยามานานเป็น 10 ปีแล้ว  เมื่อภรรยาขับรถหนีออกจากบ้านทำให้ตนเองไม่พอใจจึงเผาบ้านเพื่อความสะใจของตนเอง

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย