ดีต่อผู้เป็นโรคซึมเศร้า หนึ่งในสรรพคุณของกัญชา

เรารู้จักกันดี กับคำว่าโรคซึมเศร้า อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นโรคที่ฮิตกันมากๆในช่วงยุคที่ผ่านมา เป็นกันเยอะจริงๆ แต่ขอบอกเลยว่าเจ้าโรคนี้ เป็นโรคที่มีทั้งคนเป็นจริงๆ แล้วก็เป็นเพราะอาการทางจิต หรือไม่ก็แกล้งทำเพื่อเรียกร้องความสนใจก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นแล้ว มันจึงเป็นโรคที่มีความละเอียดอ่านอย่างมากเลย

แล้วต้องเตือนหน่อยนะว่า ใครเป็นก็อย่าไปว่าเขาว่าแกล้งเรียกร้องความสนใจล่ะ เพราะคนที่เป็นจริงๆนั้นจะมีความอ่อนไหวทางอารมณ์อย่างมาก อาจทำให้ทำอะไรไม่ดีๆได้ โรคซึมเศร้านี้ เป็นอาการของความผิดปกติในสารเคมีในสมอง ทำให้การทำงานของสมองผิดปกติ และส่งผลกับอารมณ์นั้นเอง ดังนั้นแล้ว ต้องระวังเรื่องนี้ไว้ด้วย

ความนี้แล้ว เราพูดถึงสิ่งที่กัญชาเป็นมานานแสนนาน โดยชอบมีการล้อเรียนตามหนังหรือสื่อต่างๆว่า การสูบกัญชานั้นทำให้เกิดอารมณ์ที่ดี จนกลายเป็นภาพคนยิ้มเมื่อสูบ มันกลายเป็นเรื่องตลกก็จริง แต่ว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ คือสารในกัญชานั้นจะทำให้สมองเรานั้นผ่อนคลาย แล้วก็มีความรู้สึกดีๆ จนทำให้ยิ้มเคลิ้มๆแบบนั้น จริงๆแล้วมันไม่ถึงกับต้องเคลิ้มขนาดในสื่อแสดงให้ดูหรอกนะ แต่มันก็เป็นเรื่องจริงแหละที่ทำให้อารมณ์ดีขึ้น ดังนั้นแล้ว คงเดาได้ไหมว่า สองอย่างที่เราพูดถึงอยู่นี้เกี่ยวกันยังไง ก็ใช่นะสิ กัญชาเป็นสิ่งที่ช่วยผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้จริงๆเลย ได้ผลเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

แต่ว่าต้องเข้าใจด้วยว่า มันเป็นการบรรเทาอาการเฉยๆ เหมือนกับว่า ความผิดปกติของสารในสมองที่ทำให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้านั้น ได้รับการทดแทนจากสารจากการสูบกัญชานั้นเอง ดังนั้นแล้ว ทางการแพทย์บางที่อาจจะให้กัญชาตัวนี้ช่วยบรรเทาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่เป็นหนักๆก็ได้ เพราะว่าคนที่ฆ่าตัวตายทั้งโรคนี้มีเหตุเกิดจากการเป็นโรคซึมเศร้าแบบรุนแรงอย่างนี้ มันเป็นอะไรที่อันตรายถ้าปล่อยให้คนเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรงนั้นใช้ชีวิตอยู่ในที่เดิมๆละก็ มีสิทธิ์เสี่ยงจะคิดสั้นได้เลย ดังนั้นแล้วควรจะต้องหาทางบรรเทาไปนั่นเอง

หลายๆครั้งที่โรคซึมเศร้าได้สร้างปัญาหลายๆให้กับทั้งครอบครัวและในสังคม ดังนั้นแล้ว ทางการแพทย์แล้วจำเป็นอย่างมากที่จะต้องหาสารกระตุ้นอะไรก็แล้วแต่เพื่อให้อารมณ์ของผู้ป่วยนั้นดีขึ้นหรือคงที่ก็ยังดี ไม่เช่นนั้นแล้วหลายๆอย่างจะเกิดเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนรอบตัวพวกเขากันเลยล่ะ กัญชาจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคนี้ด้วยเช่นกัน ถือว่าเป็นประโยชน์มากกว่าเป็นโทษในกรณีนี้

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

ผักสวนครัว

ผักสวนครัว คือ พืชที่ใช้ส่วนต่างๆทำให้เป็นอาหารอย่างเช่น ดอก ผล ลำต้นและหัว ผักสวนครัวสามารถปลูกในพื้นที่รอบบ้านได้เพื่อเก็บเกี่ยวเอาไว้กินภายในบ้านหรือไม่ก็เอาไปแบ่งปันให้เพื่อนบ้านหรือเอาไปขายให้เป็นรายได้เสริมให้ครอบครัวได้อีกอย่างยังปลอดสารพิษและยังมีวิตามินแล้วก็สารอาหารอื่นๆอีกมากมายยังปลอดภัย อย่างน้อยคนเราควรกินผักอย่างน้อยวันละ 200 กรัม เพื่อจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน

ผักสวนครัวยังปลูกแถวรั้วได้ปลูกในที่ที่ไม่ต้องใช้พื้นที่ใหญ่มากอย่าง ตำลึง ชะอมและผักหวานเป็นผักที่ปลูกง่ายยังให้สารอาหารมากมายและยังมีผลผลิตตลอดปีอีกด้วย ตัวอย่าง

1.โหระพา มีสรรพคุณทางยามากมายยังเป็นสมุนไพรได้ด้วย ใบสดๆของโหระพากินสดๆได้เลยช่วยให้แก้ท้องอืด ช่วยย่อยอาหารและขับลมในลำไส้ออก ถ้าหากมีเด็กปวดท้องให้เอาใบไปต้มกับน้ำร้อนแล้วเอาไปชกนมจะช่วยขับลมออกได้ ยังเอาใบมาบดให้ละเอียดได้ช่วยให้ลดอาการเหงือกอักเสบ วิธีปลูก โหระพาปลูกครั้งเดียวจะเก็บได้เป็นปีๆ ต้องปลูกในดินร่วนและต้องรดน้ำทุกวันแต่ต้องระวังต้องไม่ให้น้ำท่วมแปลงหลังจากปลูก 30 วัน จะเก็บเกี่ยวได้แต่ต้องระวังดอกออกต้องตัดดอกทิ้ง

2.สะระแหน่ ช่วยคลายความเหนื่อยล้าและความเครียด น้ำของสะระแหน่ช่วยขับลมร้อนได้ยังช่วยขับเหงื่อเอาไปทำอาหารก็อร่อยคนมักชอบนำใบไปประกอบอาหาร วิธีปลูก ปลักชำที่เลือกกิ่งที่ไม่อ่อนและไม่แก่ลงไปในดินร่วนและเอนกิ่งให้ทาบกับดินรดน้ำให้ชุ่มอย่าให้มากจนแฉะโดยโรยแกลบทับดินเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้หน้าดินปลูกในที่ร่มแหละมีแดดได้และควรรดน้ำเสมอจะทำให้สะระแหน่โตเร็วเพิ่มขึ้น

3.มะกรูด จะใช้ใบหรือผลสดนำไปทำอาหารส่วนใบฉีกจะเพิ่มความหอมให้อาหารได้ทำให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้นได้หรือนำผลไปดองจะใช้เป็นยาฟองเลือดได้ดีในสตรีจะช่วยขับระดูขับลมในลำไส้และแก้จุกเสียดได้ถ้าใช้ผลสดๆผสมน้ำผึ้งเป็นยาบำรุงหัวใจและแก้เสมหะ วิธีปลูก มะกรูดสามารถปลูกได้ทุกดินจะต้องปลูกด้วยกิ่งตอน ก่อนจะปลูกควรใส่ปุ๋ยและต้องรดน้ำบ่อยๆและต้องรอ 2 เดือน เพื่อนจะใส่ลงดินจริงได้

ผักสวนครัวมีหลากหลายมากสามารถนำไปประกอบอาหารจะทำให้คนกินเพิ่มความอร่อยอีกทั้งยังมีประโยชน์และยังมีคุณค่าทางอาหารอีกมากมายแก้โรคได้ดียังนำส่วนใบต้นต่างๆมาทำเป็นยาขับลมได้ดีอีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

มีกลิ่นเหม็นออกมาจากหู 

มีกลิ่นเหม็นออกมาจากหู อาการหนักอาจจะมีอาการปวดหูอย่างรุนแรง ร่วมกับมีน้ำหนองไหลออกมาจากรูหู ซึ่งควรรีบไปพบแพทย์ 

วิธีกำจัดขี้หูอุดตันทำอย่างไร ถ้ารู้สึกว่ามีขี้หูเยอะ ความสามารถในการได้ยินลดลง รู้สึกปวดหูตื้อๆ แนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ ซึ่งแพทย์จะมีวิธีตรวจเช็คสภาพภายในรูหู พร้อมวิธีกำจัดขี้หูดังนี้ 

1.ล้างช่องหู แพทย์จะทำการล้างช่องหูชั้นนอกด้วยน้ำเกลือ แล้วใช้อุปกรณ์คีบขี้หู หรือดูดขี้หูออกมา 

2.ใช้ยาละลายขี้หู ในกรณีที่ขี้หูไม่หลุดออกมาง่ายๆ แพทย์อาจให้ยาละลายขี้หูไปหยอดหู โดยยาจะทำให้ขี้หูอ่อนตัวง่ายต่อการนำขี้หูออก ซึ่งควรหยอดยาละลายขี้หูบ่อยๆประมาณ 7-8 ครั้งต่อวัน และแพทย์จะทำการนัดเพื่อกำจัดขี้หูออกอีกครั้ง 

ทั้งนี้การรักษาขี้หูอุดตันจะช่วยบรรเทาอาการปวดหู อาการไม่ค่อยได้ยินได้ โดยอาการจะดีขึ้นหลังจากแพทย์กำจัดขี้หูออกให้ 

ขี้หูอุดตันป้องกันได้อย่างไร จริงๆแล้วเราสามารถป้องกันขี้หูอุดตันได้ง่ายๆ โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้ 

1.หลีกเลี่ยงการใช้ไม้พันสำลีแหย่เข้าไปในช่องหู รวมไปถึงไม้แคะหูในรูปแบบอื่นๆที่อาจดันขี้หูให้เข้าไปอยู่ลึกได้ และยังกระตุ้นให้ต่อมสร้างขี้หูผลิตขี้หูออกมามากขึ้นนั่นเอง 

2.สามารถใช้ยาละลายขี้หูหยอดหูเป็นประจำ เพื่อทำการล้างขี้หู โดยอาจหยอดยาละลายขี้หูสัปดาห์ละครั้ง หรือถ้าไม่มีปัญหาแน่นหู หูอื้ออาจหยอดยาละลายขี้หูเดือนละครั้งก็จะช่วยลดความเสี่ยงขี้หูอุดตันได้ 

เมื่อเรารู้สาเหตุแล้วก็ไม่ควรแคะหูบ่อยๆ หรือหากหูเปียกอาจใช้ผ้าเช็ดหูภายนอกแทนการใช้สำลีพันไม้แหย่เข้าไปในรูหู ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงแก้วหูทะลุในกรณีที่แหย่ลึกเกินไป 

 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ผลดีของการไปตรวจโรคเอดส์อย่างเร็ว 

ในปัจจุบันนี้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเอดส์ หรือผู้ที่มีเชื้อของ HIV สามารถทำการรักษาและมีสุขภาพที่ดี และที่สำคัญสามารถมีชีวิตที่สามารถอยู่ได้เป็นปกติและมีอายุไขเหมือนกับคนอื่นทั่วๆไปได้เลยสำหรับในปัจจุบันยาที่ใช้ในการรักษาหรือว่าจะรอลดการเกิดโรคเอดส์สามารถมีให้เลือกหลายตัวและยาเหล่านั้นถือว่าสามารถนำมาใช้แล้วได้ผลดีถึงแม้ว่าจะไม่มีการรักษาให้หายขาดก็ตาม

แต่ว่าอาการตัวยานั้นจะสามารถชะลออาการของโรคซึ่งเมื่อก่อนนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์นี้จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแต่สำหรับปัจจุบันนี้หากป่วยเป็นโรคเอดส์แล้วสามารถอยู่ได้ประมาณ 20 ถึง 30 ปีด้วยกันและสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนบุคคลทั่วๆไปโดยส่วนตัวนี่แหละหลายคนนั้นมันจะมีการไปรักษาด้วยการผ่าตัดซึ่งหลายคนนั้นก็จะพบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับโรคนี้มาหลายต่อหลายคนแล้วทำให้หมอหลายคนมีความตกใจเกี่ยวกับเรื่องยาว่ามีวิวัฒนาการดีขนาดนี้แล้วหรือ 

แต่สำหรับคนที่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นหรือเปล่านั้น สิ่งที่สำคัญและสิ่งที่ยากกว่านั้นก็คือการเดินทางไปตรวจโดยตรง เพราะว่าอันที่จริงแล้วให้เราอยากให้ทราบผลที่ชวนนั่นเราควรที่จะเดินทางไปตรวจโดยตรงเนื่องจากหลายท่านก็อาจจะเขินอายนั่นเองจึงทำให้ไม่กล้าไปตรวจ 

จะเห็นได้ว่าหลายคนมักมีอาการกลัวว่าถ้าหากตัวเองนั้นเดินทางไปตรวจแล้วแล้วทราบผลแล้วจะมีการดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรหรือจะใช้ชีวิตอย่างไรบางคนอาจมีความรู้สึกท้อแท้ขึ้นมาได้ก็เลยมองว่าไม่ไปตรวจแล้วไม่รู้ผลน่าจะเป็นการดีกว่าถ้าหากจะเป็นก็คงปล่อยให้เป็นไปเลย

แต่อันที่จริงแล้วคุณรู้หรือไม่ว่าเราจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้หากเราได้ทำการตรวจคัดกรองถือว่าเป็นการทราบเร็วเท่ากับว่าเราจะยิ่งทำการรักษาได้เร็วยิ่งขึ้นซึ่งผลออกมามันก็จะดีกว่าการที่เราไม่ได้ทำการตรวจรักษาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าหากได้เป็นโรคเอดส์นี้แล้วได้ทำการรักษาได้ทันท่วงทีและระบบภายในของอวัยวะของเรานั้นก็จะได้ทำงานอย่างเป็นปกติดำเนินอย่างต่อเนื่องซึ่งมันสามารถใช้การแบบปกตินี้ใช้ในเวลาระยะยาวนานกว่าการที่ไม่ทำการรักษา 

ดังนั้นหากท่านรู้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เสี่ยงที่จะเป็นเอดส์แล้วหากไม่ทำการตรวจในทันท่วงทีในระยะเวลาที่มีการสามารถตรวจได้อาจจะส่งผลให้กลุ่มนั้นรักษาได้ล่าช้ากว่าเดิมซึ่งทำให้เชื้อไวรัสต่างๆมันสามารถเข้าไปทำร้ายร่างกายของคุณได้อย่างง่ายดายดังนั้นอย่าไปกลัวที่คุณจะต้องเดินทางเข้าไปตรวจเพื่อหาสาเหตุว่าคุณติดเชื้อเอดส์หรือ HIV หรือเปล่าหากคุณมีความกลัวก็สามารถที่จะซื้อ ชุดตรวจ hiv เพื่อมาตรวจเองก็ได้ เพราะยื่งถ้าเรารู้เร็วเราก็จะสามารถป้องกันได้เร็วขึ้นและทำให้คุณนั้นปรับเปลี่ยนชีวิตในการใช้ชีวิตในแต่ละวันได้ดียิ่งขึ้นซึ่งจะทำให้คุณอยู่และสามารถใช้ชีวิตได้นานมากยิ่งขึ้น

ตำนานของความแรงจากอดีตถึงปัจจุบัน Nova Dash 125 part 2

กลับมาแล้วสำหรับบทความ nova dash 125 กับตำนานความแรง part 2

ตัวตูดเป็ดเป็นรุ่นที่พัฒนาขึ้นมาจากตัวตูดกลมและสิ่งที่พัฒนาขึ้นมาก็คือจานหน้า รู้สึกจะเป็นของ LS นะแล้วก็มีดีไซต์ที่เฉียบคมขึ้น แหลมดูมีสง่ามากขึ้นใครเห็นก็เหลียวมองแม้แต่สมัยนี้ผมเห็นก็ยังเหลียวมอง คือใจผมชอบมากเลยนะเจ้าโนวาแดชตัวสุดท้ายเนี่ย แล้วก็เจ้าตัวสุดท้ายเนี่ยรู้ๆกันอยู่ว่ามันออกมาช่วงหลังๆไม่รู้ว่าปลายปี 40 หรือเปล่าก็คือช่วงเกือบจะแย่ของประเทศไทยนะครับ เจ้านี้ก็จะเหมือน LS ที่มีตัวบำบัดไอเสียเป็นอะไรที่ค่อนข้างที่จะสุดยอดมากเลยนะครับ แต่ส่วนมากก็อย่างที่ผมบอกคือชอบถอดออกกันไม่รู้ว่าทำไมนะครับ

แล้วก็จะมีโนวาแดชอีกตัวนึงที่ออกมาฉลองยอดขายหนึ่งแสนคันน่าจะนะ ประมาณหนึ่งแสนคันที่เคยได้ยินมา ตัวที่ออกมาฉลองยอดขายหนึ่งแสนคันนั่นก็คือ โนวาแดช SP1 จัดได้ว่าเป็นรุ่นที่หายากพอสมควรเพราะว่าผลิตมาแค่หนึ่งหมื่นคันเท่านั้นในประเทศไทย ก็ไม่ได้มีความพิเศษอะไรเท่าไหร่

แค่เป็นตัวฉลองยอดขายแค่นั้นเอง รูปทรงก็จะเป็นเหมือนโนวาแดชตัวที่สอง แต่ว่ามันก็มีความพิเศษอยู่ในระดับหนึ่งนั่นก็คือล้อแม็กที่เป็นสีม่วงแบบเปลือกมังคุด แล้วก็มีสติ๊กเกอร์ที่ไม่มีใครสามารถเรียนแบบได้และเป็นเอกลักษณ์นั้นก็คือ NOVA SP.1 เป็นสติ๊กเกอร์ที่เป็นตัวนูนแบบพิเศษ เจ้านี่ราคาที่ค่อนข้างจะสูงเพราะว่าราคาอยู่ที่ประมาณ 7-800 หรืออาจจะเหยียบถึงหลักพันเลยก็ว่าได้ และค่าของมันเนี่ยหมื่นขึ้นแน่นอน โนวาแดชเนี่ยถือว่าเป็นตำนานที่คู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทยเลยก็ว่าได้นะ คือคุณไปไหนคุณก็จะเห็นมันแพร่หลายมากกว่า LS ด้วยซ้ำ

แต่จะเห็นน้อยกว่าโนวานิดนึง แต่ก็ตระกูลเดียวกันแหละแต่ก็จะเห็นน้อยกว่าโนวานิดนึง โอเคเราจะพูดเรื่องโนวาละ เราจะคุยเรื่องแดชกันต่อดีกว่า ทำไมแดชถึงเป็นรถยอดนิยม เราก็คงไม่ตอบสืบสานหาข้อมูลไม่ต้องเหี้ยอะไรเลยก็ได้ เราแค่เห็นรูปทรงมันน่ะ เอาจริงๆนะท่านผู้อ่านแค่ได้เห็นรูปทรงมันก็หลงรักแล้วเนาะ แดชจะมีคติที่เขาชอบพูดกันว่ารักแท้แพ้แดช บางคนก็เคยบางคนก็ไม่เคย จะพูดถึงที่เคยก็แล้วกันว่าแดชเป็นรถกระเทยที่สวยที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้นะครับแล้วก็แรงที่สุดด้วยเหมือนกัน

ถ้าเราไม่เทียบเจ้าคาจิว่า มันเป็นรถที่หาโคตรยากถือว่าเป็นรถในตำนานที่หายากมากจัดว่าเป็นคู่กัดกับแดชเลย พูดถึงคู่กัดแล้วเนี่ย ยามาฮ่าเราก็มีคู่กัดนะครับคือกัดกันมาแบบเห็นๆเลยนั่นก็คือ ยามาฮ่า ZR120 เจ้านี่ก็ดูจะเป็นรถที่ค่อนข้างที่จะประหลาดตานิดหน่อย ขอเบรคไว้ก่อนเดี๋ยวจะไปเขียนกันต่อในพาร์ทต่อไปดีกว่า ตอนนี้ขอพักดูหนังก่อนครับ เมื่อยพิมพ์แล้ว

 

สนับสนุนโดย  บิ๊กไบค์มือสอง

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ กับอาการและการดูแล

อาการโรคโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
– ปัสสาวะคละเคล้าเลือด อาการจะเป็นๆ หายๆ แต่ว่าจะไม่มีลักษณะการเจ็บปวดร่วมด้วย
– มีการถ่ายหรือปัสสาวะที่เปลี่ยนไปจากปกติ ตัวอย่างเช่น ข้าห้องน้ำบ่อยครั้ง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือไม่ออก และปวดขณะเบ่ง
– เมื่อโรคมะเร็งขยายไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ จะก่อให้เกิดลักษณะของการปวดข้างหลัง ปวดกระดูก เท้าบวม มีความเมื่อยล้า รับประทานอาหารได้น้อย

การปกป้องคุ้มครองตัวเองจากโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
1. ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายโดยการกินผักและผลไม้
2. ควรจะกินน้ำในจำนวนที่สมควรต่อสุขภาพร่างกายวันแล้ววันเล่า
3. หมั่นบริหารร่างกายอยู่ตลอด
4. งดเว้นดูดบุหรี่หรือหลบหลีกการได้รับควันจากสารเคมี
5. ถ้าหากครอบครัวมีประวัติเกี่ยวกับโรคมะเร็งปัสสาวะ ควรจะไปตรวจร่างกายหรือเจอหมออย่างต่ำปีละครั้ง

การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
ในการดูแลและรักษาขึ้นกับระยะแล้วก็ความร้ายแรงของโรค รวมทั้งสุขภาพของคนป่วยร่วมด้วย

ระยะที่ 1 การดูแลและรักษาโรคมะเร็งที่ยังไม่มีการลุกลาม สามารถรักษาโดยการผ่าตัดโดยใช้กล้องถ่ายภาพส่องผ่านท่อปัสสาวะเพื่อไปตัดเนื้องอกข้างในกระเพาะปัสสาวะ
ระยะที่ 2 การดูแลรักษาโรคมะเร็ง ในคนที่มีการแผ่ขยาย รักษาโดยผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะ (Radical Cystectomy)
ระยะที่ 3 การดูแลและรักษา โดยการผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะ (Radical Cystectomy) ร่วมกับการดูแลรักษาโดยการให้ยาเคมีบรรเทาภายหลังจากการผ่าตัด
ระยะที่ 4 การักษาโดยการช่วยเหลืออาการคนไข้ให้เจ็บปวดน้อยที่สุดจาการรักษา รวมทั้งใช้เคมีบำบัดรักษาผ่านทางเส้นโลหิต

วิธีสำหรับในการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
– ควรจะกิน ผักหรือผลไม้สด ของกินที่มีโปรตีนสูง ยกตัวอย่างเช่น ไข่ เนื้อปลา หลบหลีกของกินที่ย่อยยากแล้วก็รสจัด
– งดเว้นดูดบุหรี่
– งดเว้นดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์
– หมั่นบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
– ติดตามผลของการรักษา 3-6 เดือนในช่วงปีแรก แล้วก็ตรวจร่างกายโดยการส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะในทุกปี

หูหนวกตั้งแต่กำหนดเกิดจากอะไร

         คนเราเกิดมาไม่ได้โชคดีมีอวัยวะครบ 32  ประการกันทุกคนบางคนโชคดีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่บางคนก็โชคร้ายเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติของร่างกาย ทั้งความผิดปกติจากภายนอกที่มองเห็นได้เลยเช่น ความผิดปกติด้านปากแหว่ง หรือความผิดปกติด้านตาบอดตั้งแต่กำเนิด ส่วนบางคนมีคนผิดปกติจากภายใน เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว หรือบางคนอาจมีความผิดเกี่ยวกับการได้ยินนั่นก็คืออาการหูหนวกนั่นเอง

ซึ่งอาการหูหนวกนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ หรืออาจจะเพิ่งมาเป็นหลังจากที่แม่คลอดออกมาแล้ว และแต่ละอย่างก็มีหลายสาเหตุด้วยกัน โดยบทความนี้จะมาพูดถึงสาเหตุความผิดปติของหูตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เพื่อจะได้หาแนวทางบ้างกันได้ หากไม่เช่นนั้น อาจจะก่อให้เกิดการใช้ เครื่องช่วยฟัง ก็ได้

สำหรับความผิดปกติทางการได้ยินตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของแม่นั้น มีด้วยกันหลายสาเหตุ 

  1.     รู้หรือไม่ว่าอาการหูหนวกมีผลมาจากกรรมพันธุ์  ถ้าหากบรรพบุรุษมีใครเคยหูหนวกมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น ปู่ ย่า ตา ยาย หรือพ่อ และแม่ ลูกหรือหลานที่ออกมาก็จะมีความเสี่ยงที่จะมีความผิดปกติทางด้านการได้ยินได้ หรืออาจเป็นโรคหูหนวกได้นั่นเอง  ทั้งนี้ลูกหรือหลานที่เกิดมาแล้วเป็นโรคหูหนวก อาจจะมีพ่อ หรือแม่คนใดคนหนึ่งที่หูหนวกก็ได้ แต่ถ้าหากทั้งพ่อและแม่มีอาการหูหนวกทั้งคู่โอกาสที่ลูกจะหูหนวกจะมีความเสี่ยงสูงมากกว่า
  2.     ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กหูหนวกตั้งแต่ในท้องนั้นก็เพราะว่าขณะที่ตั้งครรภ์แม่อาจจะพบปัญหาด้านสุขภาพระหว่างการตั้งครรภ์ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงลูกน้อย

      –    ตอนที่กำลังท้องแม่อาจะได้รับการกระทบกระเทือนที่ท้องอย่างรุนแรง เช่น ถูกรถชน  มีของกระแทกที่ท้อง แล้วส่งผลไปถึงอวัยวะการได้ยินของลูกในครรภ์เมื่อคลอดออกมาลูกก็จะมีความพิการด้านการได้ยิน

      – หรือมีความผิดปกติของอวัยวะตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ เช่น เด็กอาจไม่มีใบหู หรือมีแต่ใบหูเล็กเกินไป ส่งผลกับการได้ยินเหมือนกัน หรืออีกช่วงในขณะที่กำลังคลอดออกมา อาจจะคลอดออกมาผิดท่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการได้ยินได้เช่นกัน

     – หรือบางครั้งตอนที่แม่ตั้งท้องอาจป่วยแล้วติดกินยาเพื่อรักษาตัวและยาตัวนั้น มีผลต่อระบบการได้ยินของทารกในครรภ์

และที่สำคัญขณะที่ท้องจะมีโรคบางชนิดที่หากแม่ได้รับเชื้อตอนที่ท้องในช่วง 1-3 เดือนแรกจะมีผลต่อการได้ยินของทารก เช่นโรคหัดเยอรมัน

จะเห็นได้ว่าสาเหตุอาการผิดปกติจากการที่ไม่ได้ยินเสียงมีมากมายหลายสาเหตุ ดังนั้นในขณะที่ตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองเป็นอย่างดีเพราะทุกอย่างที่คุณแม่กินหรือทำจะมีผลต่อลูกในท้องทั้งสิ้น

ผงชูรส ทำให้ผมร่วงจริงไหม

ปรุงอาหารไม่ใส่ผงชูรส ร้านนี้ไม่ใช้ผงชูรส คงเคยเห็นกันมาบ้างใช่หรือไม่ โดยเฉพาะอย่ากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ่อยนะ ในบางบ้านที่มีความเชื่อว่าทานผงชูรสมากไม่ดี มักจะเคร่งเครียดกับการเลือกทานอาหาร รวมไปถึงการบอกและสอนลูกหลานด้วย แสดงว่าทุกคนคงเคยได้ยินมาบ้างว่าทานผงชูรส ทำให้ผมร่วง แล้วมันจริงหรือไม่ อย่างไร ไปดูกันเลย
ตามที่ทุกคนสงสัยว่าหากทานผงชูรสมาก จะทำให้ผมร่วงจริงหรอ แล้วถ้ามันอันตรายขนาดนั้นแล้ว ทำไมถึงยังมีการผลิตผงชูรสออกมาขายอยู่อีก และยังมีการใช้อย่างแพร่หลายในการทำอาหาร

ผงชูรส คืออะไร ?
ผงชูรส หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า โมโนโซเดียมกลูตาเมท (MSG) ซึ่งจะประกอบไปด้วยโซเดียม (เกลือ) และกรดกลูตามิก ที่เป็นกรดอะมิโน ซึ่งจริงๆ แล้ว ผงชูรสผลิตมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ โดยได้ได้จากการหมักกากน้ำตาลจากอ้อย หรือน้ำตาลจากแป้งมันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่ได้จะเป็นผลึกขาวบริสุทธิ์ ซึ่งสามารถละลายน้ำได้ง่าย และจึงเหมาะกับอาหาร เข้ากับอาหารได้ทุกชนิด
ที่ทุกคนเข้าใจกันสำหรับการใช้ผงชูรส คือ เพื่อเพิ่มรสชาติให้อาหารอร่อยมากขึ้น จึงกลายเป็นที่นิยมในการเป็นส่วนประกอบทุกครั้งเมื่อทำอาหาร หรือเรียกว่าทำให้อาหารอร่อยกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น เราจึงพบผงชูรสตั้งแต่ร้านอาหารข้างทาง ไปจนถึงโรงงานผลิตอาหาร และขนมสำเร็จรูปต่างๆ มากมาย

ผงชูรส ทานมากผมร่วง ?
จากการวิจัยที่ผ่านมา ไม่ได้พบว่าการผงชูรสมากๆ จะทำให้ผมร่วงแต่อย่างใด ทำให้ข้อมูลหรือข้อกล่าวหาที่ว่าผงชูรสทำให้ผมร่วงนั้น สรุปได้ว่าไม่จริง เป็นเพียงสิ่งที่หลายคนนำอาการผมร่วงมาโยงหาสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้จากอาหารการกิน ทำให้ผงชูรสตกเป็นจำเลย และที่แย่กว่านั้นความเชื่อนี้ถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ไปถึงรุ่นหลังจากนั้น แต่อันที่จริงแล้วสาเหตุใหญ่ๆ ของผมร่วง เกิดจากความผิดปกติของรูขุมขนบนหนังศีรษะ และเส้นผมเอง ความเชื่อนี้จึงไม่เป็นจริง

ผู้ป่วยโรคหัวใจกับความสัมพันธ์ของคนรัก

หากคุณกำลังป่วยเป็น ‘โรคหัวใจ’ แน่นอนว่าคุณคงต้องระมัดระวังตัวมากๆ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก ใช้ Energy มาก มีความตื่นเต้นมาก นั่นแน่ ทุกคนคงจะเกิดข้อสงสัยที่ว่า “ถ้าเกิดเป็นโรคหัวใจจะสามารถมีsexได้หรือไม่” สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ให้คำตอบไว้ว่า ค่อนข้างปลอดภัยที่ผู้ป่วยโรคหัวใจจะมีเพศสัมพันธ์ในกรณีที่อาการของโรคคงที่ แต่ทั้งนี้ก็ควรที่ปรึกษาแพทย์ก่อนจะเป็นการดีที่สุด
ผู้ป่วยโรคหัวใจมีเซ็กซ์ได้หรือไม่

กรณีที่อาการของโรคหัวใจและหลอดเลือด ยังไม่คงที่ ไม่แน่นอน หรือมีการกำเริบและอาการรุนแรง ควรรักษาอาการและรอให้อาการทรงตัว นอกจากนี้ ในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว การที่มีเคลื่อนไหวเรื่องกายอย่างหนักในบางกิจกรรม อาจจะทำให้เหนื่อยมากกว่าปกติ หายใจถี่ๆ สั้นๆ และบางครั้งลองออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยมากๆ ได้เช่นกัน ดังนั้นผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวหากคิดจะมีเพศสัมพันธ์ จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดหัวใจ เพราะการมีเพศสัมพันธ์ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการออกกำลังกาย ที่มีระดับความหนักคล้ายกับการเดินขึ้นบันได 2-3 อย่างไรก็ตามผู้ป่วยโรคหัวใจ เมื่อทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาโรค จะมีผลข้างเคียงอย่างหนึ่งเลย คือความต้องการทางเพศจะลดลง เนื่องจากผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวกว่า 60-87% ได้ให้ข้อมูลไว้ว่าพวกเขามีปัญหาเรื่องทางเพศโดยมีความต้องการลดลง

ผู้ป่วยโรคหัวใจมีเรื่องอะไรบ้าง ที่ต้องกังวล
สิ่งที่ต้องกังวลเลย คือ การเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่อาจจะไม่ปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์ ไม่งั้นอาจจะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ หรือผู้ที่เพิ่งผ่าตัดหัวใจภายใน 1-2 สัปดาห์ก็เช่นกัน แต่อย่าพึ่งใจสลายหรือเป็นกังวลมากไปนัก เพราะคุณยังสามารถที่จะจูบและสัมผัสคนรักของคุณได้อยู่ แต่เรื่องการมีเซ็กซ์คงต้องพักไว้ก่อน จนกว่าคุณหมอจะบอกว่าอาการทรงตัว ทั้งนี้คุณควรดูแลตัวเองด้วยการกินยาตามที่คุณหมอสั่ง และไม่ควรหยุดกินยาเพราะกลัวผลข้างเคียงที่อาจกระทบกับการมีเพศสัมพันธ์ เพิ่มเติมไปกว่านั้น ไม่ควรกินยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ไม่ควรกินยาสมุนไพร หรืออาหารเสริมที่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ และถ้าคุณมีปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศ ควรปรึกษาแพทย์ รวมถึงไม่ควรซื้อยาเพื่อรักษาอาการเอง

ควรทำอย่างไร เพื่อให้ชีวิตรักดีขึ้น
• เปิดใจและรับฟัง ความต้องการของคนรัก การสัมผัส การจูบ การกอด รวมถึงการพูดคุยกับคนรักจะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น

• ออกกำลังกายแบบเบา ถึงแม้ว่าคุณกำลังป่วยเป็นโรคหัวใจ แต่การทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะส่งผลต่อการรักษาช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลว่า การออกกำลังกาย สามารถช่วยเพิ่มระดับออกซิเจน และลดอัตราการเต้นของหัวใจในระหว่างการทำกิจกรรมทางเพศ จึงทำให้การมีเพศสัมพันธ์ปลอดภัยขึ้นและน่าพึงพอใจมากขึ้น

• ดูแลตัวเอง จะช่วยให้คุณมีความสุขและมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

• ไม่ควรอายที่จะปรึกษาแพทย์ ในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์

โปรตีนไขมันต่ำ ทานแทนอกไก่ ลดความอ้วน

อกไก่เป็นโปรตีนชั้นดีที่นักวิจัยแนะนำให้คนที่กำลังลดความอ้วน และคนที่กำลังเริ่มสร้างกล้ามเนื้อเพื่อเพาะกล้ามแน่นๆ ได้เลือกทานแทนโปรตีนชนิดอื่นๆ ที่ซึ่งมีไขมันสูง แต่การทานอกไก่ที่มีสัมผัสแห่งการกินทั้งแห้งและจืดในทุกวันๆ คงเป็นสิ่งทำให้เราเบื่อ พาลให้อาหารไม่อร่อย จนอยากจะยกเลิกจากแผนลดความอ้วนไปทานเนื้อมันๆ สักมื้อ

ดังนั้น  วันนี้จึงมานำเสนออาหารประเภทโปรตีนสูง แต่ไขมันต่ำ ซึ่งสามารถรับประทานแทนอกไก่ได้ เพราะมีสารอาหารใกล้เคียงกัน เหมาะสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก หรือเริ่มสร้างกล้ามเนื้อกันอยู่

หมายเหตุ : อกไก่ 100 กรัม มีโปรตีนราว 23 กรัม ไขมัน 1.5 กรัม

  • ไข่ไก่ 3-4 ฟอง

ปริมาณโปรตีน : 20 กรัม

*คิดจากไข่ไก่ทั้งฟอง รวมไข่แดง และไข่ขาว สามารถนำมาต้ม ตุ๋น หรือทอดในน้ำก็ได้

  • ไข่ขาว 6 ฟอง

ปริมาณโปรตีน : 20 กรัม

นิยมนำมาทานแทนแป้ง เช่น โจ๊กไข่ขาว (ทานแทนข้าว) ไข่คน ไข่ตุ๋นใส่เห็ด หรือสลัดไข่ขาว เป็นต้น

  • ปลาแซลมอน 100 กรัม

ปริมาณโปรตีน : 20 กรัม

แซลมอนประเภทที่ต้องทานสุก สามารถนำไปนึ่ง ทำสเต็ก ย่าง ได้ตามใจชอบ

  • เนื้อหมู หรือเนื้อวัว 100 กรัม

ปริมาณโปรตีน : 20 กรัม

ใครว่าเราต้องทานแต่อกไก่ เนื้อหมู และเนื้อวัวในส่วนที่มีไขมันน้อย เช่น ส่วนของสันใน ก็มีโปรตีนใกล้เคียงกัน และสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายมากขึ้นอีกด้วย

  • ถั่วต่างๆ 100 กรัม

ปริมาณโปรตีน : 20 กรัม

ถั่วเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ พิสตาชิโอ หรือถั่วลิสง แต่อาจจะต้องจำกัดปริมาณที่ทานในแต่ละวัน เพราะถั่วเหล่านี้มีไขมันจากธรรมชาติ ให้พลังงานสูง ดังนั้นใครที่อยากควบคุมปริมาณพลังงานจากอาหารที่ทานอยู่ สามารถเลือกทานถั่วแดง ถั่วเขียวแทนได้ ให้โปรตีนใกล้เคียงกัน แต่ได้รับไขมันน้อยกว่า

  • เต้าหู้ 100 กรัม

ปริมาณโปรตีน : 20 กรัม

หลายคนนำเต้าหู้มาปรุงอาหารแทนเนื้อสัตว์ สามารถปรุงอาหารได้หลากหลาย และมีรสชาติที่ดี ดูดซับรสชาติจากเครื่องปรุงที่เราใส่เพิ่มเข้าไปได้ดี และเข้ากันได้ดีกับผักต่างๆ

  • นม 500 ซีซี

ปริมาณโปรตีน : 20 กรัม

ในนมนอกจากจะมีแคลเซียมที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงแล้ว ยังมีวิตามินที่มีประโยชน์อื่นๆ และมีโปรตีนที่เราต้องการอีกด้วย หากใครกังวลเรื่องไขมันที่มาพร้อมกับนม สามารถเลือกดื่มนมพร่องมันเนยได้ แต่จริงๆ แล้วไม่จำเป็นมากขนาดนั้น

อย่างไรก็ตาม ดร. อลิสา นานา จากวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ถ้าเลือกได้ อยากให้เลือกทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์มากกว่า เพราะโปรตีนจากเนื้อสัตว์มีคุณภาพสูงมากกว่าในการเสริมสร้าง และซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เพราะมีลูซีน หรือกรดอะมิโนจำเป็น ที่ช่วยเข้าไปกระตุ้นกล้ามเนื้อ ซึ่งพบได้มากกว่าในเนื้อสัตว์”

เราควรทานโปรตีนเท่าไรต่อ 1 วัน?

สำหรับคนปกติทั่วไป สามารถทานโปรตีนได้ 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น หากเราหนัก 60 กิโลกรัม เราก็ควรทานโปรตีน 60 กรัมต่อวัน

แต่หากใครกำลังอยู่ในช่วงสร้างกล้ามเนื้อ ออกกำลังกายสร้างซิกซ์แพ็ก หรือเป็นนักกีฬาที่ต้องใช้กล้ามเนื้ออยู่เป็นประจำ ควรทานโปรตีนให้ได้ 1.5 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

เคล็ดลับในการทานโปรตีน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

นอกจากการเลือกทานโปรตีนไขมันต่ำ และทานให้เพียงพอในแต่ละวันแล้ว การกระจายปริมาณของโปรตีนทานไปตลอดทั้งวัน ทานโปรตีนห่างกันครั้งละ 3-4 ชั่วโมง จะเป็นผลดีต่อการสร้างกล้ามเนื้อมากที่สุด และควรทานโปรตีนราว 20 กรัม หลังจากออกกำลังกายไม่เกิน 3 ชั่วโมง เพื่อให้โปรตีนเข้าไปซ่อมแซม และเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้ได้เร็วที่สุด

หากทานโปรตีนได้ตามนี้แล้ว เวย์โปรตีนก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เวย์โปรตีนเหมาะสำหรับการทานเพื่อทดแทนมื้ออาหารบางมื้อ หรือสำหรับใครที่ต้องการความสะดวกเท่านั้น แต่เวย์โปรตีนมีคุณค่าทางสารอาหารไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตไปตลอดทั้งวัน ดังนั้นถ้าเลือกได้ เลือกทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นม ไข่ เต้าหู้ และถั่วตามที่แนะนำไปดีกว่า